ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจ
(Privacy
Notice for Business Partners)
บริษัท ไพศาล แคปปิตอล จำกัด (“บริษัท”)
มุ่งมั่นให้บริการด้วยคุณภาพ เพื่อตอบสนองความคาดหวังของท่าน
และบริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
โดยบริษัทได้จัดทำหนังสือฉบับนี้ เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
เพื่อแจ้งพันธมิตรทางธุรกิจ คู่ค้า และผู้มาติดต่อ ที่บริษัทติดต่อด้วย
ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทต้องใช้ในการประกอบธุรกิจของบริษัท ได้แก่
(1) พันธมิตรที่ร่วมประกอบธุรกิจหรือคู่ค้าซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา
(2) ผู้ค้า ซัพพลายเออร์
หรือผู้ให้บริการซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา (3) บุคคลที่มาติดต่อ
รวมทั้ง (4) บุคคลที่มีอำนาจดำเนินการ
ผู้แทนของบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจให้มาติดต่อธุรกิจหรือทำธุรกรรมเป็นครั้งคราว ผู้แทน
ผู้มีอำนาจลงนาม ผู้ประสานงาน ผู้รับมอบอำนาจตามสัญญาและบุคคลอื่นใดก็ตามที่มีฐานะเหมือนที่กล่าวมาแล้ว
(ทั้งหมดนี้เรียกว่า "ผู้แทน") ของ (ก)
พันธมิตรที่ร่วมประกอบธุรกิจหรือคู่ค้า (ข) ผู้ค้า ซัพพลายเออร์ หรือผู้ให้บริการ
(ทั้งหมดนี้เรียกว่า "พันธมิตรทางธุรกิจ") ทั้งนี้
บุคคลธรรมดาและบุคคลทุกคนที่กล่าวถึงข้างต้นนั้น ในประกาศฉบับนี้บริษัทจะใช้คำว่า
"ท่าน" หรือ "ของท่าน"
ได้ทราบถึงจุดประสงค์ของบริษัทเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย
และ/หรือการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
รวมถึงสิทธิและทางเลือกเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูล
และเราได้แจ้งวิธีติดต่อบริษัทไว้หากท่านมีข้อสงสัย
1. ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจะเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผย ประกอบด้วย
1.1 ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
(1) ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ ข้อมูลบนหรือในเอกสารต่างๆ
เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ใบอนุญาตทำงาน
ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ คู่มือจดทะเบียนรถยนต์ หรือทะเบียนบ้าน ลายมือชื่อ
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัว รูปถ่ายใบหน้า ประวัติการศึกษา
อาชีพ สถานภาพ สมาชิกภาพ ประวัติการทำงาน
ผลประโยชน์อื่นที่มิใช่ค่าตอบแทนจากการทำงาน ข้อมูลเกี่ยวข้องกับการทำประกัน
(2) ข้อมูลเพื่อการติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่เพื่อการจัดส่งเอกสารต่างๆ
ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address) หมายเลขโทรศัพท์บ้าน
หมายเลขโทรศัพท์มือถือ หมายเลขโทรสาร
ชื่อหรือบัญชีสำหรับการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันหรือช่องทางดิจิทัล เช่น ไลน์ กูเกิล
เฟซบุ๊ก ยูทูป ข้อมูลผู้ติดต่อที่ให้แก่บริษัท
(3) ข้อมูลทางการเงินและการทำธุรกรรมกับบริษัท ได้แก่ ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบประวัติ เลขบัญชีที่ใช้กับสถาบันการเงิน ประวัติการทำธุรกรรมทางการเงิน
รายละเอียดธนาคารที่ใช้ (กรณีชำระเงิน)
ข้อมูลใบแจ้งหนี้ / ภาษี / การจ่ายค่าบริการ
(4) ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อกับบริษัท ได้แก่ ข้อมูลที่บริษัทได้รับผ่านสำนักงานใหญ่ สาขา โทรศัพท์
ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิทัล สื่อสังคมออนไลน์ ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด (CCTV)
และการให้บริการนอกสถานที่
ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจปรากฏหรือบันทึกในรูปแบบของลายลักษณ์อักษร
เทปบันทึกเสียงหรือบันทึกการทำรายการ ภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหว
(5) ข้อมูลทางเทคนิค ได้แก่ หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ตโพรโทคอล (IP
Address) ที่อยู่ Media Access Control (MAC) หมายเลขรหัสที่ติดอยู่กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์กและเครือข่าย
(MAC Address) ล็อก (Log) รหัสอุปกรณ์
(Device ID) ข้อมูลการเชื่อมต่อผ่านช่องทางเชื่อมต่อของแอปพลิเคชัน
(API) คุกกี้ (Cookies) ประเภทและเวอร์ชันของปลั๊กอิน
เบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม
ระบบอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
ข้อมูลการตั้งค่าในอุปกรณ์ และข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ จากการใช้งานบนแพลตฟอร์ม
แอปพลิเคชันและระบบปฏิบัติการของบริษัท
(6) ข้อมูลการใช้งาน ได้แก่ ชื่อหรือรหัสสำหรับการใช้บริการ (Username) รหัสผ่านสำหรับการใช้บริการ
(Password) ข้อมูลเกี่ยวกับการค้นหา สถิติการเข้าดู
เมนูที่ใช้งาน ระยะเวลาการใช้งานบนเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน
เวลาที่คลิกครั้งสุดท้าย (Timestamp of Last Click) รายการโปรด
ข้อมูลถามตอบ ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ (Log File) ข้อมูลการสื่อสารกับบริษัท
1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหว ได้แก่ ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ
ข้อมูลจำลองม่านตา และอัตลักษณ์ทางเสียง) ศาสนา หรือข้อมูลอื่นใดตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
ทั้งนี้ บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหวต่อเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน
หรือในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้
บริษัทไม่มีนโยบายเก็บข้อมูลอ่อนไหวเป็นปกติ
และจะเก็บเฉพาะกรณีที่จำเป็นตามกฎหมายหรือได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งเท่านั้น
(ต่อไปในประกาศฉบับนี้หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจงจะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนข้างต้น
รวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”) หากพบว่ามีข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่จำเป็นต่อการดำเนินงาน
จะต้องทำการ ลบ ขีดฆ่า หรือปิดบัง ให้ไม่สามารถระบุข้อมูลได้
1.3
การเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่เพียงพอและจำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานเท่านั้น
ทั้งนี้ หากบริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ
เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านสำหรับการเข้าทำหรือการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัท
และ/หรือ การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท
และท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นเหล่านั้นแก่บริษัทเมื่อมีการร้องขอ
บริษัทอาจจะไม่สามารถพิจารณาอนุมัติหรือส่งมอบ/จัดหา ผลิตภัณฑ์ และ/หรือ
บริการบางส่วนหรือทั้งหมดให้แก่ท่านได้
ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท
หรือความสัมพันธ์ระหว่างท่านและบริษัทได้
2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย กล่าวคือ (1) ความจำเป็นตามสัญญาหรือคำขอที่ท่านทำไว้แก่บริษัท
เพื่อให้เป็นไปตามสัญญาหรือคำขอที่ท่านทำไว้แก่บริษัท (2) หน้าที่ตามกฎหมาย
ซึ่งบริษัทต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด (3) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น (4) ความจำเป็นในการป้องกันอันตรายต่อชีวิต
ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (5) ความจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้สิทธิของภาครัฐ หรือ (6) ความยินยอมจากท่านในกรณีที่ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามที่ระบุใน (1) ถึง (5) ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด
ดังต่อไปนี้
2.1 เพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ เช่น
การสื่อสารกับพันธมิตรทางธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าและบริการ และโครงการของบริษัท
หรือพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น โดยการส่งเอกสาร ตอบคำถาม ตอบกลับคำขอหรือรายงานความคืบหน้าการดำเนินการ
2.2 เพื่อการเลือกพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น
การประเมินความเหมาะสมและคุณสมบัติของท่านและพันธมิตรทางธุรกิจ
การยืนยันตัวตนของท่านและสถานะการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ การตรวจสอบสถานะกิจการ
หรือการตรวจสอบประวัติในรูปแบบอื่น ๆ หรือการประเมินความเสี่ยงสำหรับตัวท่านและพันธมิตรทางธุรกิจ
(ซึ่งรวมถึง การตรวจสอบกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสำหรับข้อมูลที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะและ/หรือบันทึกลงบัญชีดำ)
การออกคำขอเสนอราคาและประมูลราคา การเข้าทำสัญญากับท่านหรือพันธมิตรทางธุรกิจ
การประเมินการบริหารงานของท่านและพันธมิตรทางธุรกิจ
2.3 เพื่อการจัดการข้อมูลของพันธมิตรทางธุรกิจ
เช่น การสร้างบัญชีพันธมิตรทางธุรกิจ การบันทึกข้อมูลลงในระบบ
การรักษาและการปรับปรุงรายการ/สารบบของพันธมิตรทางธุรกิจ
(ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน)
การเก็บและบริหารจัดการสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องที่อาจมีชื่อของท่านอยู่
2.4 เพื่อจัดการความสัมพันธ์กับท่าน เช่น
การวางแผน การดำเนินการ และการจัดการความสัมพันธ์และสิทธิ
(ทางสัญญา)กับพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น การพิจารณาแต่งตั้ง ยกเลิก หรือมอบอำนาจให้พันธมิตรทางธุรกิจเพื่อดำเนินการทำธุรกรรมต่าง
ๆ การทำธุรกรรมหรือการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการ การประมวลผลการชำระเงิน การทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบัญชี
การตรวจสอบบัญชี การออกใบเรียกเก็บเงิน และการเก็บเงิน
การจัดการให้มีการขนส่งและจัดส่ง การให้บริการสนับสนุน
2.5 เพื่อการวิเคราะห์ธุรกิจและการปรับปรุง
เช่น การทำวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล การประเมิน การสำรวจ และการทำรายงานเกี่ยวกับสินค้าและบริการของพันธมิตรทางธุรกิจ
และผลการดำเนินงานของท่านหรือของพันธมิตรทางธุรกิจ
2.6 เพื่อบริหารจัดการระบบและการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
เช่น การให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และฝ่ายช่วยเหลือ
การจัดการการเข้าถึงระบบใด ๆ ที่บริษัท ได้มอบสิทธิในการเข้าถึงให้แก่ท่าน
การลบบัญชีที่ไม่มีการใช้งาน การใช้ มาตรการควบคุมทางธุรกิจ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้
และเพื่อให้บริษัท สามารถระบุและแก้ไขปัญหาในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของ บริษัท
และเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในระบบของบริษัท ทำการพัฒนา ปรับใช้ ดำเนินการ
และดูแลรักษาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
2.7 เพื่อการตรวจสอบดูแลความมั่นคงปลอดภัยและระบบ
เช่น การยืนยันตัวตนและการควบคุมการเข้าถึง ตามที่เกี่ยวข้องการตรวจสอบดูแลระบบ
อุปกรณ์ และอินเทอร์เน็ต การรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
การป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม
รวมถึงการจัดการความเสี่ยงและการป้องกันการฉ้อโกง การรายงานอุบัติเหตุ
2.8 เพื่อการจัดการกับข้อพิพาท
เช่น การยุติข้อพิพาท การบังคับใช้สัญญา การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
การก่อตั้ง การใช้ หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย รวมถึงการมอบอำนาจ
2.9 เพื่อการบริหารจัดการและการสื่อสารระหว่างหน่วยงานภายในองค์กร
เช่น การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ภายในองค์กรและปฏิบัติตามข้อกำหนดทางธุรกิจที่เหมาะสม
ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การจัดซื้อจัดจ้าง การเบิกจ่ายเงิน การจัดการภายใน
การฝึกอบรม การตรวจสอบ การรายงาน การส่งหรือจัดการเอกสาร การประมวลผลข้อมูล
การควบคุม หรือการจัดการความเสี่ยง
การวิเคราะห์และการวางแผนทางสถิติและแนวโน้มต่าง ๆ และกิจกรรมอื่น ๆ
ที่คล้ายกันหรือเกี่ยวข้อง
2.10 เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น
เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กระบวนการทางกฎหมาย หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐ ซึ่งรวมถึง และ/หรือ
ให้ความร่วมมือกับศาล ผู้มีอำนาจ หน่วยงานของรัฐบาล
และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเมื่อบริษัทมีเหตุผลให้เชื่อว่ากฎหมายกำหนดให้บริษัทปฏิบัติดังกล่าวและหากจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
กระบวนการ หรือคำสั่งของรัฐบาล เพื่อการปฎิบัติตาม ข้อบังคับ ระเบียบ
และแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ (เช่น เพื่อขอใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจตามที่กฎหมายกำหนด)
รวมถึงการประสานงานและการติดต่อกับหน่วยงานรัฐบาล ศาล หรือองค์คณะที่เกี่ยวข้อง
(เช่นกรมสรรพากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) รวมถึง
การสืบสวน การร้องเรียน และ/หรือการป้องกันอาชญากรรมหรือการฉ้อโกง
2.11 เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต
ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
2.12 เพื่อจัดให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร
3. บุคคลหรือหน่วยงานที่อาจได้รับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัท
บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่อยู่ในหรือต่างประเทศเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในหนังสือฉบับนี้ ได้แก่
3.1 พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท เช่น พันธมิตรทางธุรกิจด้านการเงิน การธนาคาร การให้บริการ การลงทุน
การตลาด การขนส่ง โทรคมนาคม ศูนย์สุขภาพ บริษัทรับประกันภัยหรือประกันชีวิต
หรือบุคคลใดๆ
ที่มีส่วนกับการทำรายการส่งเสริมการขายหรือโปรแกรมการเป็นลูกค้าอย่างต่อเนื่อง (Loyalty
Program) การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ร่วมให้บริการแพลตฟอร์ม
หรือบุคคลที่มีชื่อหรือตราสัญลักษณ์ปรากฏอยู่ในสัญญา บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์
หรือช่องทางการให้บริการอื่นๆ ของบริษัท
3.2 บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัท เช่น ผู้ที่ทำหน้าที่ในฐานะตัวกลางในการทำธุรกรรมต่างๆ ของบริษัท
ผู้ให้บริการระบบชำระดุลหรือระบบชำระเงิน ผู้ร่วมให้บริการกับบริษัท
ผู้ให้บริการภายนอก (Outsource) ผู้รับจ้างดำเนินการหรือผู้ขายสินค้าหรือบริการให้แก่บริษัท
หรือตัวแทนของบริษัท ทั้งในและต่างประเทศที่บริษัทเป็นคู่สัญญาด้วย เช่น
ผู้ให้บริการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและติดต่อสื่อสาร ผู้ให้บริการโครงสร้างทางเทคนิค
ผู้ให้บริการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และคลังสินค้า ผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud) ผู้ให้บริการรับทำวิจัย ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้ให้บริการด้านการติดต่อสื่อสาร ผู้ให้บริการสำรวจข้อมูล
ผู้ให้บริการจัดงานและกิจกรรมต่างๆ ผู้ให้บริการระบบยืนยันและพิสูจน์ตัวตน
ผู้ให้บริการการตรวจและอ่านข้อมูลด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Dip Chip
Service) ผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบและยืนยันตัวตน
สถาบันจัดอันดับเครดิต ผู้ให้บริการรับส่งเอกสาร
ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์และบันทึกข้อมูลลงในบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ผู้ให้บริการเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงินของบริษัท
และผู้ให้บริการเกี่ยวกับการป้องกันความปลอดภัยหรือการทุจริต
3.3 บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ
ตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
กฎเกณฑ์ ข้อบังคับต่างๆ หรือคำสั่งของหน่วยงานราชการ หน่วยงานภาครัฐ
หน่วยงานกำกับดูแล
หรือในกรณีที่บริษัทเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิของบริษัทหรือบุคคลอื่น เพื่อความปลอดภัยของบุคคลอื่น
เพื่อป้องกัน ตรวจสอบ หรือจัดการเกี่ยวกับการทุจริต ความมั่นคง
หรือความปลอดภัยในด้านต่างๆ
3.4 ที่ปรึกษาด้านต่างๆ ของบริษัท เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน กฎหมาย เทคนิค และผู้สอบบัญชี
3.5 ผู้รับโอนสิทธิหรือหน้าที่จากบริษัท
หรือรับโอนสิทธิเรียกร้องของบริษัท ซึ่งรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างองค์กร
การโอนกิจการ การลงทุน การควบรวมกิจการ การซื้อหรือขายทรัพย์สิน หุ้น หรือกิจการ
โดยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว จะปฏิบัติตามหนังสือฉบับนี้ด้วย
3.6 บุคคล อื่นที่เกี่ยวข้องกับท่าน เช่น
เจ้าของบัญชีเงินฝากร่วม ลูกหนี้ร่วม ทรัสตี ผู้รับผลประโยชน์ ผู้จัดการมรดก
บุคคลที่มีอำนาจกระทำการแทน ผู้ค้ำประกัน
หรือผู้นำทรัพย์สินมาเป็นประกันการชำระหนี้ของท่านต่อบริษัท
3.7 เว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก หรือ กูเกิล
4. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
และระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
4.1 การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งที่อยู่ในรูปแบบเอกสาร และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง
ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
โดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
4.2 ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทได้แจ้งไว้ในหนังสือฉบับนี้ในระหว่างที่ท่านเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ
หรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัท
หรือตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้
และเมื่อท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์กับบริษัท
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นตามระยะเวลาที่จำเป็นตามอายุความ
หรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น
· จัดเก็บไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
และกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 5 - 10 ปีนับแต่ยุติความสัมพันธ์ตามแต่กรณี
· จัดเก็บไว้ตามกฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน
กฎหมายการบัญชี กฎหมายภาษีอากร 10 ปีนับแต่ยุติความสัมพันธ์
เว้นแต่บริษัทมีความจำเป็นอื่นๆ
ตามที่กฎหมายกำหนด
หรือข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถลบหรือทำลายได้เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิค
ทั้งนี้ บริษัทจะมีการดำเนินการในขั้นตอนที่เหมาะสม
เพื่อทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว
5. การส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ
กรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ไปยังบุคคลซึ่งอยู่ในต่างประเทศ เช่น คู่สัญญาของท่านหรือคู่สัญญาของบริษัท
ตัวแทนของบริษัท สาขาของบริษัทที่อยู่ต่างประเทศ บริษัทในเครือของบริษัท
หน่วยงานหรือองค์กรระหว่างประเทศ ประเทศปลายทางผู้รับข้อมูลดังกล่าว
อาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะจัดให้มีกระบวนการที่เหมาะสม
เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ถูกส่งไปยังผู้รับข้อมูลจะปลอดภัย
6. ระบบเว็บไซต์ที่บริษัทใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
ในการเข้าใช้งานระบบเว็บไซต์ของบริษัท
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลบางอย่างจากการใช้งานของท่านโดยอัตโนมัติ
เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหนังสือฉบับนี้ เช่น
บริษัทจะนำข้อมูลที่คุกกี้และเทคโนโลยีซึ่งคล้ายคลึงกันได้บันทึกหรือเก็บรวบรวมไว้
ไปใช้ในการวิเคราะห์เชิงสถิติ
หรือในกิจกรรมอื่นของระบบเว็บไซต์หรือกิจการของบริษัท
เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์แก่ท่าน
รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพของการให้บริการระบบเว็บไซต์ของบริษัทให้ดียิ่งขึ้น
7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิ
ดังต่อไปนี้
7.1 สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอเข้าถึง
และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท
หรือขอให้บริษัทเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม
7.2 สิทธิขอรับหรือส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านที่ท่านได้ให้แก่บริษัทตามความยินยอมหรือความจำเป็นตามสัญญาหรือคำขอที่ท่านได้ทำไว้แก่บริษัท
หรือตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
รวมทั้งมีสิทธิ (1)
ขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
และ (2) ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง
เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
7.3 สิทธิขอคัดค้าน
ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทได้ ในกรณีที่ (1) บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเนื่องจากความจำเป็นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท
หรือการใช้สิทธิของภาครัฐ หรือเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น (2) บริษัทเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือ (3)
บริษัทเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ
เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท
7.4 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบหรือทำลาย
หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวท่านได้ ในกรณีที่ (1) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นที่บริษัทจะต้องเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์
(2) ท่านถอนความยินยอมและบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป (3) ท่านคัดค้านการเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวมเนื่องจากความจำเป็นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท
หรือการใช้สิทธิของภาครัฐ หรือเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น และบริษัทไม่อาจปฏิเสธการคัดค้านดังกล่าวได้ (4)
ท่านคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือ (5)
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ เว้นแต่บริษัทจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
หรือการใช้หรือปกป้องสิทธิเรียกร้องของบริษัท
7.5 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ในกรณีที่ (1)
บริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบตามคำขอใช้สิทธิแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน
(2) บริษัทเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (3) บริษัทไม่จำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนั้น
เพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว
แต่ท่านประสงค์จะให้บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์ของท่านตามกฎหมาย
หรือ (4) ท่านประสงค์จะให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพิสูจน์หรือตรวจสอบคำคัดค้านข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
7.6 สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
7.7 สิทธิในการถอนความยินยอม
ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมต่อบริษัทที่ท่านยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อใดก็ได้ ได้
(ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น)
7.8 สิทธิร้องเรียน
ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังหน่วยงานหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
ในกรณีที่บริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของบริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
กรณีที่ท่านประสงค์จะใช้สิทธิประการใดตามข้อ
7.1
ถึง 7.7 ดังกล่าวข้างต้น
ท่านสามารถทำคำขอไปยังบริษัทผ่านช่องทางสำนักงานใหญ่ สาขาของบริษัท
หรือช่องทางอื่นใดตามที่บริษัทกำหนด เมื่อบริษัทได้รับคำขอจากท่านแล้ว
บริษัทจะพิจารณาคำขอของท่านตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
และจะดำเนินการตามคำขอของท่านให้แล้วเสร็จและแจ้งผลการพิจารณาและการดำเนินการให้ท่านทราบภายใน
30 วัน
นับแต่วันที่บริษัทได้รับคำขอและเอกสารประกอบการดำเนินการตามคำขอครบถ้วนแล้ว
ในกรณีที่ท่านใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
อาจทำให้ท่านไม่สามารถรับบริการบางอย่างจากบริษัทในระหว่างที่บริษัทพิจารณาหรือดำเนินการตามคำขอของท่านได้
บริษัทจะไม่คิดค่าธรรมเนียมจากท่านอันเนื่องมาจากการขอใช้สิทธิดังกล่าว
เว้นแต่ หากบริษัทเห็นว่าการขอใช้สิทธิของท่านเป็นการใช้สิทธิมากเกินควร
หรือไม่มีเหตุอันสมควรอื่นใด
บริษัทอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการดำเนินการตามคำขอของท่าน
ตามอัตราที่บริษัทประกาศกำหนด
8. การเปลี่ยนแปลงหนังสือแจ้งการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้
บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงหนังสือแจ้งการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นครั้งคราวตามความเหมาะสม
โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านสำนักงานใหญ่ สาขา เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันต่างๆ
ของบริษัท และบริษัทขอแนะนำให้ท่านอ่านและตรวจสอบรายละเอียดในหนังสือแจ้งการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีการแก้ไขดังกล่าวทุกครั้ง
9. ข้อมูลการติดต่อ
หากท่านมีความประสงค์ที่จะติดต่อ
หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำอธิบายเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
รวมถึงการขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามหนังสือฉบับนี้
ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ที่ สำนักงานใหญ่ หรือสาขาของบริษัทที่เป็นสาขาหรือหน่วยงานหลักที่ท่านใช้บริการหรือเคยใช้บริการอยู่
นอกจากนี้
ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ
ได้ตามที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address): dpo@paisancapital.com หรือที่สำนักงานใหญ่ เลขที่ 60 หมู่ 4 ตำบลผึ้งรวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
จังหวัดสระบุรี 18000 Call Center 02-158-7788 Ext
326
มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม
2569 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง