ประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้สมัครงานและบุคลากร
(Privacy
Notice for Applicants & Personnel)
บริษัท ไพศาล แคปปิตอล จำกัด (“บริษัท”)
มุ่งมั่นให้บริการด้วยคุณภาพ เพื่อตอบสนองความคาดหวังของท่าน
และบริษัทให้ความสำคัญอย่างยิ่งในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
โดยบริษัทได้จัดทำหนังสือฉบับนี้ เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ประกาศฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ท่านในฐานะที่เป็นผู้สมัครและบุคลากรของบริษัท
ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้สมัครงาน กรรมการ ที่ปรึกษา วิทยากร พนักงาน และลูกจ้าง รวมไปจนถึงบุคคลในครอบครัว
ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ติดต่อฉุกเฉิน และบุคคลที่ท่านอ้างอิง ผู้รับผลประโยชน์จากสวัสดิการต่างๆ
ทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ /
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ตลอดจนสิทธิตามกฎหมายของท่านที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทได้ทำการเก็บรวบรวม
ใช้ และ /
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการสมัครงาน
การจ้างงานของท่าน ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้ทำการเก็บรวบรวม ใช้ และ /
หรือเปิดเผย นอกเหนือจากที่ได้มาจากความสัมพันธ์เกี่ยวกับการสมัครงาน
การจ้างงานของท่าน เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ /
หรือเปิดเผย จากการใช้บริการของบริษัท จะไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตของประกาศฉบับนี้
1. ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจะเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผย ประกอบด้วย
1.1 ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้
ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง
ทั้งการเก็บข้อมูลจากใบสมัครงาน / การสัมภาษณ์ และในระหว่างการได้รับทุนการศึกษา
หรือการจ้างงาน หรือจากช่องทางการติดต่อต่างๆ เช่น สาขาหรือสำนักงานใหญ่
การพบปะตัวต่อตัว เว็บไซต์ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ สื่อสังคมออนไลน์ โทรศัพท์
ไปรษณีย์
ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่นซึ่งไม่ใช่จากท่านโดยตรง
เช่น หน่วยงานของรัฐ บริษัทข้อมูลเครดิต และแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่นๆ
(1) ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ คำนำหน้าชื่อ ชื่อ-นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ
ข้อมูลบนหรือในเอกสารต่างๆ เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง
ใบสำคัญถิ่นที่อยู่ ใบอนุญาตทำงาน ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ หรือทะเบียนบ้าน
ลายมือชื่อ เลขที่บัตรประกันสังคม เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร
ข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกในครอบครัวและจำนวนบุตร ข้อมูลความสัมพันธ์ (เช่น บิดามารดา ผู้รับผลประโยชน์จากสวัสดิการต่างๆ ผู้ติดต่อฉุกเฉิน
บุคคลอ้างอิง) รูปถ่ายใบหน้า บุคลิกภาพและพฤติกรรม
(ยกเว้นพฤติกรรมทางเพศ)
สถานภาพการเกณฑ์ทหาร ประวัติการศึกษา อาชีพ สถานภาพ ประวัติการทำงาน
ผลประโยชน์อื่นที่มิใช่ค่าตอบแทนจากการทำงาน
(2) ข้อมูลเพื่อการติดต่อ ได้แก่ ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่อาศัยปัจจุบัน
ที่อยู่เพื่อการจัดส่งเอกสารต่างๆ ที่อยู่ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Email
Address) หมายเลขโทรศัพท์มือถือ
ชื่อหรือบัญชีสำหรับการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันหรือช่องทางดิจิทัล เช่น ไอดีไลน์
เฟซบุ๊ก รวมถึงข้อมูลในโซเชียลมีเดียต่างๆ
(3) ข้อมูลการศึกษาและการทำงาน ได้แก่
ประวัติการศึกษา วุฒิการศึกษา ผลการศึกษา สถานศึกษา ประวัติคุณสมบัติโดยย่อ (CV) ความสามารถทางภาษา ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ หลักฐานประวัติการทำงาน อายุงาน
ทักษะความสามารถ ประวัติการเรียนรู้การฝึกอบรม (เช่น ประกาศนียบัตร
หลักสูตรที่เข้ารับการฝึกอบรม ผลการฝึกอบรม ผลการประเมินการเรียนการสอน) ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต่างๆ
(4) ข้อมูลทางการเงินและการทำธุรกรรมกับบริษัท ได้แก่ เลขบัญชีที่ใช้กับสถาบันการเงิน เงินเดือน ค่าจ้าง ผลตอบแทนอื่น
การขึ้นเงิน โบนัสประจำปี ข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ข้อมูลการเอาประกันภัยกลุ่ม ข้อมูลการใช้สิทธิสวัสดิการอื่นๆ ข้อมูลการเสียภาษี
(5) ข้อมูลการเป็นกรรมการ ได้แก่
ข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ ข้อมูลเครดิต การเป็นกรรมการหรือมีตำแหน่งในบริษัทหรือกิจการอื่นๆ
การเข้าประชุมคณะกรรมการบริษัท ประวัติการถูกดำเนินคดี การถูกกล่าวโทษ ร้องทุกข์
ซึ่งท่านเปิดเผยให้บริษัททราบโดยตรงหรือคณะกรรมการชุดย่อยหรือผู้ถือหุ้น ข้อมูลส่วนตัว
และข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ของบุคคลในครอบครัว
(6) ข้อมูลเกี่ยวกับการติดต่อกับบริษัท ได้แก่ ข้อมูลที่บริษัทได้รับผ่านสำนักงานใหญ่ สาขา โทรศัพท์
ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือดิจิทัล สื่อสังคมออนไลน์ ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด (CCTV)
และการให้บริการนอกสถานที่
ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจปรากฏหรือบันทึกในรูปแบบของลายลักษณ์อักษร
เทปบันทึกเสียงหรือบันทึกการทำรายการ ภาพถ่ายหรือภาพเคลื่อนไหว
(7) ข้อมูลทางเทคนิค ได้แก่ หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออินเทอร์เน็ตโพรโทคอล (IP
Address) ที่อยู่ Media Access Control (MAC) หมายเลขรหัสที่ติดอยู่กับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับเน็ตเวิร์ก
ล็อก (Log) รหัสอุปกรณ์ (Device ID) ข้อมูลการเชื่อมต่อผ่านช่องทางเชื่อมต่อของแอปพลิเคชัน
(API) คุกกี้ (Cookies) ประเภทและเวอร์ชันของปลั๊กอิน
เบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการและแพลตฟอร์ม
ระบบอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์
ข้อมูลการตั้งค่าในอุปกรณ์ และข้อมูลทางเทคนิคอื่นๆ จากการใช้งานบนแพลตฟอร์ม
แอปพลิเคชันและระบบปฏิบัติการของบริษัท
(8) ข้อมูลการใช้งาน ได้แก่ ชื่อหรือรหัสสำหรับการใช้บริการ (Username) รหัสผ่านสำหรับการใช้บริการ
(Password) ข้อมูลเกี่ยวกับการค้นหา สถิติการเข้าดู
เมนูที่ใช้งาน ระยะเวลาการใช้งานบนเว็บไซต์ แพลตฟอร์ม แอปพลิเคชัน
เวลาที่คลิกครั้งสุดท้าย (Timestamp of Last Click) รายการโปรด
ข้อมูลถามตอบ ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ (Log File) ข้อมูลการสื่อสารกับบริษัท
(9) ข้อมูลอื่นๆ
ได้แก่
ความคิดเห็น ความชื่นชอบ งานอดิเรก ผลการสอบข้อเขียน เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว
รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่บริษัทจัดขึ้น
และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย
1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหว หากแต่บางกรณี
บริษัทอาจจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนจากท่านเพื่อพิจารณาการจ้างงานและการขอรับทุนการศึกษา
การดำเนินการทางสัญญาที่บริษัทมีอยู่กับท่าน หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย
ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนที่บริษัทเก็บรวบรม ได้แก่ ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ
ข้อมูลจำลองม่านตา และอัตลักษณ์ทางเสียง ข้อมูลสุขภาพ (เช่น ผลการตรวจสุขภาพ
ใบรับรองแพทย์) ความพิการ (เช่น บัตรประจำตัวผู้พิการ) ประวัติอาชญากรรม
หรือข้อมูลอื่นใดตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด ทั้งนี้
บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลอ่อนไหวต่อเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน
หรือในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้
บริษัทไม่มีนโยบายเก็บข้อมูลอ่อนไหวเป็นปกติ
และจะเก็บเฉพาะกรณีที่จำเป็นตามกฎหมายหรือได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งเท่านั้น (ต่อไปในประกาศฉบับนี้หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจงจะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนข้างต้น
รวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”) หากพบว่ามีข้อมูลอ่อนไหวที่ไม่จำเป็นต่อการดำเนินงาน
จะต้องทำการ ลบ ขีดฆ่า หรือปิดบัง ให้ไม่สามารถระบุข้อมูลได้
1.3
การเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น
การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่เพียงพอและจำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานเท่านั้น
ทั้งนี้ หากบริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ
เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านสำหรับการเข้าทำหรือการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัท
และ/หรือ การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท
และท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นเหล่านั้นแก่บริษัทเมื่อมีการร้องขอ บริษัทอาจไม่สามารถพิจารณาการสมัครงาน
การเข้าทำงาน หรือการดำเนินการด้านบุคลากรบางประการให้แก่ท่านได้
ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท
หรือความสัมพันธ์ระหว่างท่านและบริษัทได้
1.4 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์
คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
บริษัทไม่มีเจตนาที่จะเก็บรวบรวม
ใช้ และ / หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ
หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ เว้นแต่บริษัทจะได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง
ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ (แล้วแต่กรณี) หากบริษัททราบว่าบริษัทได้เก็บรวบรวม ใช้
และ / หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ
หรือคนเสมือนไร้ความสามารถโดยปราศจากความยินยอมของผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้อนุบาล
หรือผู้พิทักษ์ บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นโดยทันที
หรือเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นเฉพาะกรณีที่บริษัทสามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นโดยไม่ต้องอาศัยความยินยอม
1.5 ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอื่นใด
หากท่านเป็นผู้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามอื่นใด
เช่น ข้อมูลสมาชิกในครอบครัว ข้อมูลผู้รับผลประโยชน์จากสวัสดิการต่างๆ
ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน และบุคคลที่ท่านอ้างอิง เป็นต้น
ขอให้ท่านโปรดแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบเกี่ยวกับรายละเอียดตามประกาศฉบับนี้
และขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้นหากจำเป็น
หรือกำหนดฐานทางกฎหมายอื่นเพื่อให้แน่ใจว่าบริษัทสามารถเก็บรวบรวม ใช้ และ /
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่สามเหล่านี้ได้
2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมาย กล่าวคือ (1) ความจำเป็นตามสัญญาหรือคำขอที่ท่านทำไว้แก่บริษัท
เพื่อให้เป็นไปตามสัญญาหรือคำขอที่ท่านทำไว้แก่บริษัท (2) หน้าที่ตามกฎหมาย
ซึ่งบริษัทต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด (3) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น (4) ความจำเป็นในการป้องกันอันตรายต่อชีวิต
ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (5) ความจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ
ภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการใช้สิทธิของภาครัฐ หรือ (6) ความยินยอมจากท่านในกรณีที่ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามที่ระบุใน (1) ถึง (5) ทั้งนี้ โดยมีวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใด
ดังต่อไปนี้
2.1 กรณีที่ท่านเป็นผู้สมัครงาน กรรมการ
หรือพนักงานของบริษัท
2.1.1 วัตถุประสงค์ที่อาศัยความยินยอม การเก็บรวบรวม
ใช้ และ / หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนที่บริษัทไม่สามารถอาศัยฐานทางกฎหมายอื่น
นอกเหนือจากการขอความยินยอมโดยชัดแจ้งได้ วัตถุประสงค์ดังกล่าว ได้แก่
(1) ข้อมูลชีวภาพ
เพื่อการพิสูจน์และยืนยันตัวบุคคล การลงเวลาทำงาน เข้าประชุม อบรมสัมมนา
เข้าร่วมกิจกรรม หรือเข้าอาคาร
(2) ข้อมูลประวัติสุขภาพ
เพื่อพิจารณารับสมัครคัดเลือกเข้าทำงาน
(3) ประวัติอาชญากรรม
เพื่อพิจารณารับสมัครคัดเลือกเข้าทำงาน
2.1.2 วัตถุประสงค์ที่อาศัยฐานทางกฎหมายอื่น
นอกเหนือจากความยินยอม
(1) การพิจารณาคัดเลือก และการจ้างงาน เช่น การสรรหาพนักงาน
การตรวจสอบและยืนยันตัวตน การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและเอกสาร
การดำเนินกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครงาน (เช่น การพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครงาน
การสัมภาษณ์ การสอบข้อเขียน) การติดต่อสื่อสาร การเข้าทำสัญญา และ /
หรือนิติกรรมที่เกี่ยวข้อง การดำเนินกระบวนการรับเข้าทำงาน (เช่น การทำบัตรพนักงาน
การจัดทำข้อมูลพนักงาน การส่งมอบอุปกรณ์สำหรับการทำงาน)
การปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอ /
ใบสมัครของท่านก่อนเข้าทำสัญญา
(2) การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล เช่น
การจัดทำฐานข้อมูลพนักงานและประวัติพนักงาน การอำนวยความสะดวกในการทำงานที่จ้าง
การจัดประชุมที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการประสานงานกับผู้ให้บริการภายนอก
พันธมิตรทางธุรกิจ หรือหน่วยงานภาครัฐ (เช่น การนำส่งข้อมูลพนักงานให้สถานพยาบาล
หรือหน่วยงานภาครัฐเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีน) การลงเวลาทำงาน การลางาน การแต่งตั้ง
การโยกย้าย การเปลี่ยนตำแหน่ง การปรับโครงสร้างองค์กร
การประเมินและบริหารผลการปฏิบัติงาน การประเมินคุณลักษณะ สมรรถนะ ภาวะผู้นำ
(3) การจ่ายค่าจ้างหรือผลตอบแทนอื่น เช่น
การจัดให้มีสวัสดิการหรือประโยชน์อื่นใด การพิจารณา การให้ และการจ่ายเงินเดือน
สิทธิสวัสดิการพนักงาน (เช่น การเบิกจ่ายเงินสำรองจ่าย การทำประกันกลุ่ม)
(4) การพัฒนาทักษะความสามารถ เช่น
การจัดอบรมและพัฒนาบุคลากร ส่งเสริมการเรียนรู้พนักงาน
(5) การดำเนินงานอื่น ๆ ของบริษัท เช่น
การมอบหมายงานให้ผู้อื่นทำแทน การตรวจสอบข้อมูลการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือตรวจสอบพฤติกรรมการปฏิบัติงาน ภัยคุกคามทางไซเบอร์
การทำผิดกฎหมายต่างๆ เพื่อประกอบการโฆษณา
การจัดทำสื่อและการสื่อสารองค์กรทั้งภายในและภายนอก การบันทึกเสียง
การบันทึกภาพนิ่ง การบันทึกภาพเคลื่อนไหว CCTV การดำเนินการใดที่เกี่ยวข้องกับการกำกับตรวจสอบ
การป้องกันการทุจริต การสอบสวนทางวินัย การจัดการข้อร้องเรียน
การดำเนินการทางวินัย และ / หรือ การเลิกจ้าง การบริหารความเสี่ยงองค์กร
การกำกับตรวจสอบ และการจัดการเหตุการทุจริต การป้องกัน รับมือ
ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการกระทำการทุจริต
การบริหารจัดการภายในองค์กรและกลุ่มธุรกิจทางการเงิน การวิเคราะห์ วิจัย
ทำสถิติและจัดทำรายงานสำหรับการใช้ภายในบริษัทและการนำส่งหน่วยงานภายนอก
การทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (anonymous data) การดำเนินคดีหรือกระบวนการทางกฎหมายอื่น ๆ การดำเนินการตามที่กฎหมาย และ /
หรือนโยบายที่บริษัทกำหนด และการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวกับการเลิกจ้าง
ในกรณีที่บริษัทจะนำภาพหรือข้อมูลไปใช้เพื่อการตลาดหรือโฆษณาภายนอกองค์กร
บริษัทจะดำเนินการขอความยินยอมเป็นกรณีเฉพาะ
(6) การปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย และ /
หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามคำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐ
หน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลบริษัท เจ้าพนักงานของรัฐที่มีอำนาจ
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน
กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายประกันภัย กฎหมายคุ้มครองแรงงาน
กฎหมายประกันสังคม กฎหมายเงินทดแทน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กฎหมายภาษีอากร กฎหมายล้มละลาย กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
กฎหมายการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง
กฎหมายคอมพิวเตอร์ กฎหมายอื่น ๆ ที่บริษัทจำเป็นต้องปฏิบัติตามทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
รวมถึงประกาศและระเบียบที่ออกตามกฎหมายดังกล่าวทั้งที่ใช้บังคับอยู่แล้วในขณะนี้
ที่จะแก้ไขเพิ่มเติม หรือที่จะมีขึ้นต่อไปในอนาคต
2.2 กรณีที่ท่านเป็นที่ปรึกษา / วิทยากร
2.2.1 วัตถุประสงค์ที่อาศัยฐานทางกฎหมายอื่น นอกเหนือจากความยินยอม
(1) การตรวจสอบและยืนยันตัวตน
(2) การเชิญและว่าจ้าง (เช่น การคัดเลือกวิทยากร / ที่ปรึกษา การเข้าทำสัญญา
หรือนิติกรรมที่เกี่ยวข้อง การจัดการค่าใช้จ่าย)
(3) การดำเนินการอื่นใดเพื่อประกอบการดำเนินงานของบริษัท
(เช่น การใช้ชื่อหรือภาพถ่ายวิทยากร /
ที่ปรึกษาเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมหรือสัมมนาที่เกี่ยวข้อง)
ทั้งนี้ หากบริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม
ใช้ และ /
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากท่านสำหรับการเข้าทำหรือการปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านได้ทำไว้กับบริษัท
และ / หรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท
และท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นเหล่านั้นแก่บริษัทเมื่อมีการร้องขอ บริษัทอาจจะไม่สามารถดำเนินการตามที่ท่านร้องขอหรือตามสัญญาได้
ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท
หรือความสัมพันธ์ระหว่างท่านและบริษัทได้
3. บุคคลหรือหน่วยงานที่อาจได้รับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัท
บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลหรือหน่วยงานอื่นที่อยู่ในหรือต่างประเทศเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในหนังสือฉบับนี้ ได้แก่
3.1 พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท เช่น พันธมิตรทางธุรกิจด้านการเงิน การธนาคาร การให้บริการ การลงทุน
การตลาด การขนส่ง โทรคมนาคม ศูนย์สุขภาพ บริษัทรับประกันภัยหรือประกันชีวิต
หรือบุคคลใดๆ
ที่มีส่วนกับการทำรายการส่งเสริมการขายหรือโปรแกรมการเป็นลูกค้าอย่างต่อเนื่อง (Loyalty
Program) การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ร่วมให้บริการแพลตฟอร์ม
หรือบุคคลที่มีชื่อหรือตราสัญลักษณ์ปรากฏอยู่ในสัญญา บัตรอิเล็กทรอนิกส์ เว็บไซต์
หรือช่องทางการให้บริการอื่นๆ ของบริษัท
3.2 บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัท เช่น ผู้ที่ทำหน้าที่ในฐานะตัวกลางในการทำธุรกรรมต่างๆ ของบริษัท
ผู้ให้บริการระบบชำระดุลหรือระบบชำระเงิน ผู้ร่วมให้บริการกับบริษัท
ผู้ให้บริการภายนอก (Outsource) ผู้รับจ้างดำเนินการหรือผู้ขายสินค้าหรือบริการให้แก่บริษัท
หรือตัวแทนของบริษัท ทั้งในและต่างประเทศที่บริษัทเป็นคู่สัญญาด้วย เช่น
ผู้ให้บริการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมและติดต่อสื่อสาร ผู้ให้บริการโครงสร้างทางเทคนิค
ผู้ให้บริการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และคลังสินค้า ผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud) ผู้ให้บริการรับทำวิจัย ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้ให้บริการด้านการติดต่อสื่อสาร ผู้ให้บริการสำรวจข้อมูล
ผู้ให้บริการจัดงานและกิจกรรมต่างๆ ผู้ให้บริการระบบยืนยันและพิสูจน์ตัวตน
ผู้ให้บริการการตรวจและอ่านข้อมูลด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Dip Chip
Service) ผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบและยืนยันตัวตน
สถาบันจัดอันดับเครดิต ผู้ให้บริการรับส่งเอกสาร
ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์และบันทึกข้อมูลลงในบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ผู้ให้บริการเสนอขายผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงินของบริษัท
และผู้ให้บริการเกี่ยวกับการป้องกันความปลอดภัยหรือการทุจริต
3.3 บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ
ตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทอาจต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย
กฎเกณฑ์ ข้อบังคับต่างๆ หรือคำสั่งของหน่วยงานราชการ หน่วยงานภาครัฐ
หน่วยงานกำกับดูแล
หรือในกรณีที่บริษัทเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าวจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิของบริษัทหรือบุคคลอื่น เพื่อความปลอดภัยของบุคคลอื่น
เพื่อป้องกัน ตรวจสอบ หรือจัดการเกี่ยวกับการทุจริต ความมั่นคง
หรือความปลอดภัยในด้านต่างๆ
3.4 ที่ปรึกษาด้านต่างๆ ของบริษัท เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน กฎหมาย เทคนิค และผู้สอบบัญชี
3.5 ผู้รับโอนสิทธิหรือหน้าที่จากบริษัท
หรือรับโอนสิทธิเรียกร้องของบริษัท ซึ่งรวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างองค์กร
การโอนกิจการ การลงทุน การควบรวมกิจการ การซื้อหรือขายทรัพย์สิน หุ้น หรือกิจการ
โดยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว จะปฏิบัติตามหนังสือฉบับนี้ด้วย
3.6 บุคคล อื่นที่เกี่ยวข้องกับท่าน เช่น บุคคลที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์ของท่าน
ผู้รับผลประโยชน์ ผู้จัดการมรดก บุคคลที่มีอำนาจกระทำการแทน
3.7 เว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ก หรือ กูเกิล
4. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
และระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
4.1 การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
ทั้งที่อยู่ในรูปแบบเอกสาร และรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง
ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
โดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
4.2 ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระหว่างที่ท่านเป็นบุคลากรของบริษัท
หรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัท
หรือตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้
และเมื่อท่านสิ้นสุดความสัมพันธ์กับบริษัท บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นตามระยะเวลาที่จำเป็นตามอายุความตามกฏหมาย
หรือระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ เช่น
4.2.1 ผู้สมัครงาน
ที่ไม่ได้รับการคัดเลือก บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลของท่านเป็นระยะเวลา 1 ปี
4.2.2 บุคลากรอื่น ๆ
จัดเก็บไว้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน
10 ปี
กรณีบริษัทตรวจสอบข้อมูลประวัติอาชญากรรมของท่าน
เพื่อวัตถุประสงค์ในการรับสมัครงาน การพิจารณารับเข้าทำงาน
การตรวจสอบคุณสมบัติ/ลักษณะต้องห้าม
หรือพิจารณาความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งของบุคคล รวมถึงการดำเนินการใดๆ
ที่เกี่ยวข้อง บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลประวัติอาชญากรรมของท่านไว้ไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่การดำเนินการดังกล่าวเสร็จสิ้น
เว้นแต่ มีกฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ
ทั้งนี้ บริษัทจะมีการดำเนินการในขั้นตอนที่เหมาะสม
เพื่อทำการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว
5. การส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ
กรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ไปยังบุคคลซึ่งอยู่ในต่างประเทศ เช่น คู่สัญญาของท่านหรือคู่สัญญาของบริษัท
ตัวแทนของบริษัท สาขาของบริษัทที่อยู่ต่างประเทศ บริษัทในเครือของบริษัท
หน่วยงานหรือองค์กรระหว่างประเทศ ประเทศปลายทางผู้รับข้อมูลดังกล่าว
อาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม ในกรณีดังกล่าว บริษัทจะจัดให้มีกระบวนการที่เหมาะสม
เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่า
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ถูกส่งไปยังผู้รับข้อมูลจะปลอดภัย
6. ระบบเว็บไซต์ที่บริษัทใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
ในการเข้าใช้งานระบบเว็บไซต์ของบริษัท
บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลบางอย่างจากการใช้งานของท่านโดยอัตโนมัติ
เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหนังสือฉบับนี้ เช่น
บริษัทจะนำข้อมูลที่คุกกี้และเทคโนโลยีซึ่งคล้ายคลึงกันได้บันทึกหรือเก็บรวบรวมไว้
ไปใช้ในการวิเคราะห์เชิงสถิติ
หรือในกิจกรรมอื่นของระบบเว็บไซต์หรือกิจการของบริษัท
เพื่อช่วยให้บริษัทสามารถมอบประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์แก่ท่าน
รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพของการให้บริการระบบเว็บไซต์ของบริษัทให้ดียิ่งขึ้น
7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิ
ดังต่อไปนี้
7.1 สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอเข้าถึง
และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท
หรือขอให้บริษัทเปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม
7.2 สิทธิขอรับหรือส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น
ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับท่านที่ท่านได้ให้แก่บริษัทตามความยินยอมหรือความจำเป็นตามสัญญาหรือคำขอที่ท่านได้ทำไว้แก่บริษัท
หรือตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
รวมทั้งมีสิทธิ (1)
ขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ
และ (2) ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง
เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้
7.3 สิทธิขอคัดค้าน
ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทได้ ในกรณีที่ (1) บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเนื่องจากความจำเป็นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท
หรือการใช้สิทธิของภาครัฐ หรือเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น (2) บริษัทเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือ (3)
บริษัทเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ประวัติศาสตร์ หรือสถิติ
เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท
7.4 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบหรือทำลาย
หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวท่านได้ ในกรณีที่ (1) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหมดความจำเป็นที่บริษัทจะต้องเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์
(2) ท่านถอนความยินยอมและบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นได้ต่อไป (3) ท่านคัดค้านการเก็บรวบรวม
ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวมเนื่องจากความจำเป็นในการปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท
หรือการใช้สิทธิของภาครัฐ หรือเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
หรือบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น และบริษัทไม่อาจปฏิเสธการคัดค้านดังกล่าวได้ (4)
ท่านคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง หรือ (5)
ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้
เว้นแต่บริษัทจำเป็นต้องเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย
การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการใช้หรือปกป้องสิทธิเรียกร้องของบริษัท
7.5 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ท่านมีสิทธิระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ในกรณีที่ (1)
บริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบตามคำขอใช้สิทธิแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน
(2) บริษัทเก็บรวบรวม ใช้
หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (3) บริษัทไม่จำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนั้น
เพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดแล้ว
แต่ท่านประสงค์จะให้บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์ของท่านตามกฎหมาย
หรือ (4) ท่านประสงค์จะให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
เนื่องจากอยู่ในระหว่างการพิสูจน์หรือตรวจสอบคำคัดค้านข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
7.6 สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง
ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
7.7 สิทธิในการถอนความยินยอม
ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมต่อบริษัทที่ท่านยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม
ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อใดก็ได้ (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น)
7.8 สิทธิร้องเรียน
ท่านมีสิทธิร้องเรียนไปยังหน่วยงานหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
ในกรณีที่บริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของบริษัทหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
กรณีที่ท่านประสงค์จะใช้สิทธิประการใดตามข้อ
7.1
ถึง 7.7 ดังกล่าวข้างต้น
ท่านสามารถทำคำขอไปยังบริษัทผ่านช่องทางสำนักงานใหญ่ สาขาของบริษัท
หรือช่องทางอื่นใดตามที่บริษัทกำหนด เมื่อบริษัทได้รับคำขอจากท่านแล้ว
บริษัทจะพิจารณาคำขอของท่านตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
และจะดำเนินการตามคำขอของท่านให้แล้วเสร็จและแจ้งผลการพิจารณาและการดำเนินการให้ท่านทราบภายใน
30 วัน
นับแต่วันที่บริษัทได้รับคำขอและเอกสารประกอบการดำเนินการตามคำขอครบถ้วนแล้ว
ในกรณีที่ท่านใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
อาจทำให้ท่านไม่สามารถรับบริการบางอย่างจากบริษัทในระหว่างที่บริษัทพิจารณาหรือดำเนินการตามคำขอของท่านได้
บริษัทจะไม่คิดค่าธรรมเนียมจากท่านอันเนื่องมาจากการขอใช้สิทธิดังกล่าว
เว้นแต่ หากบริษัทเห็นว่าการขอใช้สิทธิของท่านเป็นการใช้สิทธิมากเกินควร
หรือไม่มีเหตุอันสมควรอื่นใด
บริษัทอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการดำเนินการตามคำขอของท่าน
ตามอัตราที่บริษัทประกาศกำหนด
8. การเปลี่ยนแปลงหนังสือแจ้งการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้
บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงหนังสือแจ้งการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นครั้งคราวตามความเหมาะสม
โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านสำนักงานใหญ่ สาขา เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันต่างๆ
ของบริษัท และบริษัทขอแนะนำให้ท่านอ่านและตรวจสอบรายละเอียดในหนังสือแจ้งการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีการแก้ไขดังกล่าวทุกครั้ง
9. ข้อมูลการติดต่อ
หากท่านมีความประสงค์ที่จะติดต่อ
หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำอธิบายเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้
และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
รวมถึงการขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามหนังสือฉบับนี้
ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ที่ สำนักงานใหญ่ หรือสาขาของบริษัทที่เป็นสาขาหรือหน่วยงานหลักที่ท่านใช้บริการหรือเคยใช้บริการอยู่
นอกจากนี้
ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ
ได้ตามที่อยู่อิเล็กทรอนิกส์ (Email Address): dpo@paisancapital.com หรือที่สำนักงานใหญ่ เลขที่ 60 หมู่ 4 ตำบลผึ้งรวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
จังหวัดสระบุรี 18000 Call Center 02-158-7788 Ext
326
มีผลตั้งแต่
วันที่ 1 มกราคม 2569 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง